รอบรั้ว พุทธศาสนา ชาวพุทธตัวอย่าง อ.เสถียร โพธินันทะ

วันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑


อาจารย์เสถียร โพธินันทะ เป็นชาวพุทธที่มีความดีงามตามแบบอย่างของพุทธศาสนิกชน ด้วยการศึกษาพระพุทธศาสนาจนแตกฉาน เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา มีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ต่อสรรพชีวิตอย่างไม่สิ้นสุด และมีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสมควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย นำไปเป็นแบบอย่าง

อาจารย์เสถียรเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2472 ที่บ้านเลขที่ 224-226 ตรอกอิศรานุภาพ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร มีนามสกุลเดิมว่า กมลมาลย์ บิดาเป็นชาวจีนชื่อ นายตั้ง เป็งทัง มารดาชื่อ นางมาลัย

บิดาท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเด็ก ขณะเดินทางไปประเทศจีน ดังนั้นมารดาของท่านจึงนำท่านไปฝากกับครูชม เปาโรหิตย์ ที่โรงเรียนราษฎรเจริญ จากนั้นเข้าศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนวัดบพิตรภิมุข จนจบชั้นมัธยมปีที่ 5 ได้ลาออกจากโรงเรียน โดยได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองตามวัดไทย วัดจีน และวัดญวณ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา, พิธีกรรมทางพระพุทธศานา อีกทั้งเข้าเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนเผยอิงเป็นเวลา 2 ปี จนแตกฉานภาษาจีนเป็นอย่างดี ดังนั้นท่านจึงทำหน้าที่เป็นล่ามให้สมาคมจีน ทำให้ท่านมีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนานิกายมหายานเป็นอย่างดี

เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นระยะเวลา 1 ปีเศษ ที่วัดกันมาตุยาราม ได้รับสมญาว่า เขมโพธินนโท หลังจากลาสิกขาบทแล้วท่านได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น โพธินันทะ แปลว่า ผู้มีความพอใจในการตรัสรู้ และได้เข้าทำงานในกองบรรณาธิการหนังสือ ธรรมจักษุ ของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ทำให้ผลงานของอาจารย์เสถียรมีชื่อเสียง
เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป งานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของท่าน คือ เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ สอนวิชาประวัติศาตร์พระพุทธศาสนา และความรู้พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ในสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัยอยู่ 16 ป

ี ผลงานที่สำคัญของอาจารย์เสถียรมีดังนี้
1. ตั้งแต่อายุ 17 ท่านได้เขียนบทความเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาลงในวารสารธรรมจักษุ
2. ในปี พ.ศ. 2492 ได้ริเริ่มก่อตั้งคณะยุวพุทธิกะ และยุวพุทธิกสมาคม ณ วัดกันมาตุยาราม และเวลาต่อมาได้ขออนุญาตก่อตั้งเป็นยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
3. เป็นล่ามแปลภาษาจีนรกลางมาเป็นภาษาไทยให้กับพระเถระจีน
4. แปล และเขียนตำราเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน เช่น พระพุทธศาสนาในเอเชียกลาง ราชอาณาจักรมคธในยุคพุทธกาล พุทธปรัชญา ประวัติพระศาสดา และเมธีตะวันออกซึ่งได้รับรางวัลจางองค์การยูเนสโก
5. ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบญจมาภรณ์มงกุฏไทย

อาจารย์เสถียรถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2509 รวมอายุได้ 36 ปี ด้วยโรคหัวใจวาย

แบบอย่างในการดำเนินชีวิต
1. เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี โดยศึกษาพระพุทธศาสนาจนเข้าใจอย่างชัดเจน
2. เป็นผู้ส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยการเขียนหนังสือ แปลหรังสือ และเขียนบทความ
3. เห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนาว่าเป็นสิ่งที่ควรปกป้องรักษา และดำรงให้คงอยู่ตลอดไป
4. ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ประหยัด สมถะ และเสียสละ ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นเสมอ

เขียนโดย ครูพเยาว์ ที่ ๑๔:๑๔