Daisypath Anniversary tickers

รอบรั้ว ถนนคนเดิน

Thursday, October 2, 2008



ไปเจอรูปที่น่าแปลกใจ...ความสามารถของจิตรกร วาดภาพ 3 มิติได้อย่างไม่มีที่ติ สวยงามและเหมือนจริง มีหลายๆภาพที่เขาเอาออกมาแสดงให้ดู ไม่ว่าน้ำตก ขวดน้ำอัดลม แมลง สัตว์ต่างๆ ขยายภาพจนใหญ่โต และเมื่อเอามาเทียบกับคนที่ยืนดู หรือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในรูปภาพแล้ว ก็เข้ากันอย่างกลมกลืนกับรูปภาพ


ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ เขาสนับสนุนให้เด็กๆเข้ามาวาดรูปแบบ 3 มิติ อย่างนั้นด้วย ซึ่งก็เป็นแบบเด็กๆวาดนั่นแหละ คือยังเป็นรูป 2 มิติ เป็นภาพการ์ตูนที่วาดบนพื้นเสียมากกว่า ซึ่งถ้าเราสนับสนุนให้เด็กของเราได้มีโอกาสแสดงออกอย่างนั้น ก็จะเป็นการดี


เมื่อไม่นานมานี้ ทางโรงเรียนของเราได้ออกไปแข่งขัน การเล่านิทาน ซึ่งนักเรียนเองจะต้องเตรียมตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ รูปภาพที่เอามาประกอบการเล่าเรื่อง มีภาพวาดของเด็กนักเรียนอยู่หลายรูป ที่ครูเห็นแล้วก็ประทับใจ เด็กนักเรียนของเราวาดภาพได้สวยมาก ถึงแม้ว่าจะมีอิทธิพลของการ์ตูนญี่ปุ่นเข้ามาครอบงำ เพราะดูยังไงๆ ก็เหมือนกับการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่ดี ตาโตๆ ปากเล็กๆ หน้าตาเรียบๆ แต่รวมความแล้ว ภาพก็ออกมาสวย แสดงว่า เขาก็ตั้งใจวาดอย่างจริงจัง...เด็กไทยทำได้แน่นอนค่ะ ถ้าสนับสนุนกันอย่างจริงจัง

Posted by ครูพเยาว์ at 12:32 PM

รอบรั้ว โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ยังไม่เคลียร์

Friday, August 22, 2008


เกิดเหตุเรือบรรทุกก๊าซ LPG บึ้มสนั่น!จมดิ่งที่มาบตาพุด

ระยอง - เกิดเหตุระเบิดบนเรือบรรทุกก๊าซ LPG จนเกิดเพลิงไหม้ลุกท่วม เป็นเหตุให้เรือจมลงในบริเวณบริเวณท่าเทียบเรือคลังเก็บเคมีภัณฑ์ของบริษัทในเครือ “สยามซีเมนต์กรุ๊ป” เบื้องต้นยังไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต วันนี้ (20 ส.ค.) เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท.วสันต์ ยวงยิ้ม สารวัตรเวร สภ.มาบตาพุด อำเภอเมืองจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งเหตุระเบิดในเรือบรรทุกก๊าซ LPG บริเวณท่าเทียบเรือ คลังเก็บเคมีภัณฑ์ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถนนไอ.8
ข่าวจากผู้จัดการ ออนไลน์ วันที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 23.03 น.


ระเบิดจุดเดียวจากก๊าซ LPG เมื่อเทียบกับรอยรั่วจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ผลมันจะต่างกัน นี่คือข่าวที่ครูกลัวมากที่สุด อันสืบเนื่องมาจากการที่เราจำเป็นจะต้องมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แม้ว่าวันหนึ่งข้างหน้า เราจำเป็นจะต้องมีมันจนได้ เพราะปิโตรเลียมนับวันจะหมดไป และถึงแม้ว่ายังมี แต่ราคาที่แพงเอามากๆก็ทำให้เราไม่สามารถที่จะซื้อได้
พลังงานจากแร่ธาตุ พลังงานนิวเคลียร์ที่ยังพอหาได้ และราคาถูกกว่าก็จะเข้ามาแทนที่ ประเทศต่างๆทั่วโลกเขาก็มีกันแล้ว สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รัสเซีย ฯลฯ ต่างก็มีหลายโรงงานแล้ว เราอาจได้ยินว่าโรงไฟฟ้าระเบิด หรือโรงไฟฟ้ารั่วน้อยมาก ที่รุนแรงที่สุดก็คือที่เชอร์โนบีลในประเทศรัสเซียหรือประเทศยูเครนในปัจจุบัน แต่ว่านั่นคือโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่า โบราณ แต่ว่าผลที่เกิดขึ้น รุนแรง และกว้างไปหลายประเทศ จนคนกลัวโรงไฟฟ้าแบบนี้ ที่น่ากลัวสำหรับครูอันดับแรกคือวินัยของคนไทยเราที่ยังอ่อนด้อย ขาดความรับผิดชอบที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ตั้งแต่เด็ก สะเพร่า ขาดความระมัดระวัง ครูเขียนเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง เพราะมันน่ากลัว ถ้าเราจะทำอะไรที่มันยังไม่มีอะไรมารับประกันความเสี่ยง และเรายังมีข้อด้อยอีกเยอะ การที่จะต้องสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง ให้รอบด้านและเหมาะสมกับเรื่องต่างๆ ถ้าหากจะมองถึงปัญหาในอนาคต ที่เรายังฝากเรื่องนี้เอาไว้กับผู้บริการนโยบายซึ่งเป็นนักการเมือง ที่เรามักเห็นว่านโยบายที่ออกมามักคลุมเครือ เพราะคนที่มาเกี่ยวข้องกับทุกๆเรื่อง คือนักธุรกิจ และผลที่ออกมาก็คือ การกอบโกยผลประโยชน์ ผลงานจะเป็นอย่างไร มักจะโยนไปให้คนรุ่นหลังแก้ไขเอาเอง แต่เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนจำนวนมาก...มันน่ากลัว
แม้กระทั่งการมีกระบวนการติดตามผล ก็มักจะไม่ได้ผล ที่สังเกตได้ก็คือ แม้ว่าทางฝ่ายค้าน (ในรัฐบาล) จะหาเอาการทำงานอย่างไม่ชอบมาพากลออกมาอย่างไร การที่จะหาความรับผิดชอบจากฝ่ายบริหารในเรื่องเหล่านั้น มักจะถูกเมินเฉย เหมือนกับว่ากระบวนการมีส่วนร่วมมีขึ้นไม่ได้ในสังคมไทย จนกระทั่งนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมในที่สุด
เพราะฉนั้นถ้าหากคนที่ดูแลนโยบายในเรื่องนี้ขาดไปซึ่งธรรมาภิบาล ขาดวินัย ขาดองค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง กีดกันผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วม และจ้องที่จะคอยหาผลประโยชน์อย่างเดียวแล้ว...อย่ามีเสียเลยจะดีกว่าค่ะ

Posted by ครูพเยาว์ at 5:17 AM

รอบรั้ว วัดนาหลวง วันมุทิตาจิต

Friday, August 1, 2008



หลังจากวันเข้าพรรษา ทางวัดนาหลวงก็ได้จัดงานสำคัญขึ้นอีกวันหนึ่ง นั่นก็คือวันขอแสดงมุทิตาจิต ระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อ ทองใบ ปภัสโรภิกขุ ในวันนั้นมีลูกศิษย์ จากทั่วประเทศเข้ามาร่วมในงาน สำหรับครูซึ่งมีคุณแม่และญาติที่มาจากกรุงเทพ ร่วมกับคุณครูดวงจันทร์ พร้อมลูกหลานท่าน และญาติธรรมในโรงเรียนอนุบาลก็ได้ร่วมกันทำโรงทานไอศครีม โดยมีเด็กนักเรียนจากวิทยาลัยพละ ได้เข้ามาร่วมช่วยตักให้แก่ญาติโยม และ เด็กๆที่เข้ามาร่วมในงาน

คนเยอะมากค่ะ อาหารต่างๆมีทุกชนิด และทุกๆร้าน เท่าที่ครูสังเกตดู มีแต่ของดีๆ มีประโยชน์อาหารก็อร่อยๆ คนทำก็ทำอย่างสุดฝีมือ...ทำกันไม่ทัน ตักกันไม่ทัน มือแต่ละคนเป็นระวิง แต่ก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขในการที่ได้เข้ามาร่วมในงานบุญของหลวงพ่อในวันนั้น

เที่ยงกว่าๆ...หลวงพ่อก็ได้ออกมาจากกุฎิ...เดินอย่างช้าๆ...ท่านอายุมากแล้ว มีพระอุปัฎฐากคอยพยุงอยู่ตลอดเวลา ตอนที่ท่านเดินออกมาสู่ที่กว้าง ญาติโยมที่ล้นศาลาออกไป ในสนามหญ้า ในทุกมุมที่สามารถหาที่นั่งได้ ต่างก็ประนมมือไหว้ เสียงเงียบกริบ...มองด้วยความศรัทธาเมื่อท่านเดินผ่าน...ประทับใจมากค่ะ

จากนั้น เมื่อหลวงพ่อเข้าไปนั่งบนอาสนะ ทุกคนก็ได้กล่าวคำขอขมาต่อหลวงพ่อ ตามลำดับศีล ญาติโยมอย่างครู ก็กล่าวทีหลังหมู่พระ เณร แม่ชี...ครูไม่ได้ฟังเทศน์ในวันนั้น เพราะต้องรีบกลับ...ลูกชายคนเล็กต้องกลับไปขอนแก่น เพื่อเข้าห้องสอบให้ทัน คนที่ไปร่วมงานในวันนั้นเยอะพอสมควรค่ะ เฉพาะพระสงฆ์ ก็มีทั้งหมด 311 รูป สามเณร 109 รูป รวมกันทั้งหมด ที่ได้ทราบมาว่ามีจำนวนทั้งหมด 5,877 คน

Posted by ครูพเยาว์ at 8:27 PM

รอบรั้ว ห้อง 5/10 กลุ่มอิทธิบาท 4

Wednesday, July 30, 2008


อิทธิบาท หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องลุให้ถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ซึ่งดูๆจะคล้ายๆกับ ศรัทธาค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ เพราะถึงมีศรัทธา ก็ยังต้องพึ่ง อิทธิบาทเป็นเครื่องมือในการดำเนินการให้ถึงจุดที่เราต้องการ การที่จะทำอะไร ให้มีศรัทธาเอาไว้ก่อน แล้วก็เอาอิทธิบาทนี่แหละเป็นตัวช่วย ดูกลุ่มนี้แล้ว ก็น่าจะเป็นจริงค่ะ ดูทุกคนเอาจริงเอาจังนะคะ




กลุ่มนี้มี เด็กหญิง ปฎิมากรณ์ สุทธิโคตร, เด็กชาย มิตรไมตรี ศุภวุฒิ, เด็กชาย อาศิรา ไชบุรม,


เด็กหญิง ปิยะนันท์ ดอนสมพงษ์, เด็กหญิง พรนิภา ใจน้ำ, เด็กหญิง มัณฑนา ศรีโคตรอัน,


และ เด็กชาย นันทวัฒน์ ที่ขอมาร่วมกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือ ในยามที่ร้องขอค่ะ




ครูมั่นใจค่ะ ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จในการเรียน ในชีวิต ถ้า ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความเพียรพยายาม เป็นเบื้องต้น มีความพอใจในงานที่กระทำลงไป ไม่ละทิ้งกลางคัน ไม่ว่าการเรียน หรือการงานอันใด แล้วก็สอดส่องดูด้วยปัญญา ว่างานที่เราทำสำเร็จลงได้นั้น มันสำเร็จลงได้อย่างไร แล้วก็เอาไปปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป

Posted by ครูพเยาว์ at 1:56 PM

รอบรั้ว ห้อง 5/10 กลุ่มศรัทธา 4


ใครก็ตามนะคะที่มีความเชื่อในศรัทธา 4 จะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขค่ะ เพราะเขาจะไม่กล้าทำบาป แม้แต่น้อยนิด เพราะเขาเชื่อว่า กรรมที่มีจริงนั้น จะย้อนมาทำร้ายเขาภายหลัง ตามกฎแห่งกรรม ดังนั้นสิ่งที่เขาจะต้องทำก็เหลืออยู่อย่างเดียว คือ กรรมดีค่ะ....ผลตอบแทนก็คือ ความสุขนั่นแหละค่ะ


กลุ่มนี้มี เด็กหญิง ปรานชนก ศรีหานู, เด็กหญิง อรพรรณ อิ่มอัมพร, เด็กหญิง นุชบา ประทุมแก้ว,

เด็กหญิง รวิวรรณ ไพยรินทร์, เด็กหญิง ชญานิศ รัตนประเสริฐ, เด็กหญิง จิรนันท์ โคตรสีเขียว

และกลุ่มนี้ก็มีผู้ที่จะมาช่วยเหลือ ยามคับขัน อีกแล้วครับท่าน...คือ เด็กชาย นันทวัฒน์ ค่ะ


การที่เรามุ่งมั่นจะทำอะไรให้เป็นผลสำเร็จลงไปด้วยดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่เราจะต้องเริ่มต้นด้วยความรักและศรัทธา ที่จะทำ ถ้าเราเริ่มดังนี้แล้ว...อนาคตของเราก็ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกค่ะ ถามตัวเองดู ว่าอยากเป็นอะไร...ปลูกความรักและศรัทธาลงไปนะคะ แล้วเราจะเห็นว่ามันเติบใหญ่ อยู่ในใจเรา...แล้วก็พยายามที่จะไปให้ถึงจุดนั้น อย่างไม่ยากลำบาก เพราะเราทำมันด้วยความรัก

Posted by ครูพเยาว์ at 1:19 PM